สำหรับผู้เล่นกลองมือใหม่หรือมืออาชีพ นอกจากกลองชุดที่ใช้งานแล้ว ไม้กลองก็เป็นอุปกรณ์สำคัญอีกหนึ่งชิ้นที่ช่วยเสริมความถนัดและฝีมือตนเอง ยิ่งได้ไม้กลองที่ถนัดมือผู้ใช้ก็จะสร้างความมั่นใจในการเล่นดนตรีอีกด้วย ทั้งหมดนี้สามารถเกิดขึ้นได้ด้วยการเลือกไม้กลองที่เหมาะสมกับการใช้งาน ดังนั้น ZOUNDLAB จะมาแนะนำ 3 เทคนิคเลือกไม้กลองให้เข้ามือคุณมากที่สุดมาให้

ขนาดไม้กลอง

ขนาดไม้กลองถือเป็นสิ่งแรกที่ผู้เล่นกลองต้องให้ความสำคัญเพื่อให้ได้ไม้กลองที่เหมาะกับมือและกระชับตอนเล่น โดยไม้กลองส่วนใหญ่จะมีตัวเลข และตัวอักษรพิมพ์ที่อยู่บนไม้เพื่อบ่งบอกถึงขนาดของไม้กลอง ยิ่งตัวเลขบนไม้กลองน้อย น้ำหนักของไม้กลองก็ยิ่งมากขึ้น โดยจะมีตัวเลขตั้งแต่ 1-9 ด้วยกัน ส่วนตัวอักษรที่อยู่ด้านหลังตัวเลข จะหมายถึง ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของไม้กลองซึ่งจะมี 3 ตัวอักษรดังนี้

  • S เป็นไม้กลองขนาดใหญ่ที่สุด เหมาะกับวงดนตรีที่มีเครื่องดนตรีหลายประเภทและต้องการความดังในการตี เช่น วงโยธวาทิต หรือ กลองสำหรับหน่วยทหาร 
  • B เป็นขนาดมาตรฐานสำหรับผู้เล่นกลอง ปกติจะนำมาใช้ในวงออเครสต้าและวงเครื่องเป่าต่างๆ มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางที่เล็กกว่าในแบบ S ซึ่งไม้ขนาด B นั้นได้รับความนิยมสำหรับมือใหม่มากที่สุด เช่น ไม้กลองขนาด 5B รุ่น TPSTIX5B จากแบรนด์ Tamburo นั่นเอง
  • A เป็นไม้กลองที่มีขนาดเล็กที่สุด ซึ่งไม้กลองไซส์นี้จะนิยมใช้เล่นดนตรีแจ๊สเพราะมีน้ำหนักที่เบาและกระชับเหมาะมือ แต่ก็มีบางกลุ่มที่ใช้กับดนตรีร็อคอีกด้วยเพราะเหมาะสำหรับการตีเร็ว

หัวไม้กลอง

หัวไม้กลองก็เป็นอีกส่วนที่ต้องให้ความสำคัญ เพราะรูปทรง และวัสดุของหัวไม้กลองจะให้เสียงที่ตีออกมามีความแตกต่างกัน โดยหัวของไม้กลองมีหลากหลายรูปแบบ ถ้าแบ่งตามวัสดุที่ใช้ผลิตก็จะแบ่งได้ 2 ชนิด คือ ไม้กลองแบบหัวไม้ และไม้กลองแบบหัวพลาสติก ซึ่งหัวทั้ง 2 ชนิดนี้มีความแตกต่างกัน คือ หัวไม้แท้ที่จะให้เสียงนุ่มนวลกว่าไม้กลองแบบหัวพลาสติก แต่ไม้กลองแบบหัวพลาสติกจะให้เสียงที่ใสกว่าไม้กลองแบบหัวไม้ ซึ่งการเลือกหัวไม้กลองก็ขึ้นอยู่กับแนวเพลงที่เล่นและความต้องการของผู้เล่น

ชนิดของเนื้อไม้

การเลือกชนิดของเนื้อไม้ที่ใช้ผลิตไม้กลองมีส่วนช่วยให้ผู้เล่นได้ไม้กลองที่เหมาะสมตรงความต้องการ เพราะ เนื้อไม้ที่นำมาทำไม้กลองมีผลต่อเสียงที่ตีออกมา และอายุการใช้งาน โดยไม้ที่นิยมนำมาใช้ผลิตไม้กลองจะมีดังนี้

  • ไม้เมเปิ้ล เป็นไม้ที่นิยมมากใช้งานมากที่สุด เพราะมีน้ำหนักเบา และมีความคล่องตัวสูง ไม่ว่าจะเลือกไม้กลองที่มีขนาดใหญ่ แต่ก็ยังให้น้ำหนักที่เบาเหมือนเดิม ซึ่งไม้กลองรุ่นที่ผลิตจากไม้เมเปิ้ลชั้นดีและน้ำหนักเบา คือ ไม้กลองขนาด 7A รุ่น TPSTIX7A จากแบรนด์ Tamburo นั่นเอง
  • ไม้ฮิคกอรี เป็นไม้ที่มีเนื้อแน่นขึ้นมาจากไม้เมเปิ้ล ให้น้ำหนักที่มากขึ้นเวลาตี ทำให้มีความคล่องตัวน้อยกว่า แต่ก็มีความทนทานมากขึ้น และสามารถใช้ผลิตในอุตสาหกรรมอื่น เช่น เฟอร์นิเจอร์ 
  • ไม้โอ้ค เป็นไม้เนื้อแข็งที่มีเนื้อแน่นที่สุดจากไม้ 3 ชนิดที่กล่าวมา ไม้กลองที่ผลิตจากไม้โอ้คจะให้เสียงที่ชัดและมีน้ำหนักมาก แต่ก็มีข้อเสียคือจะทำให้เสียงที่สะท้อนกลับออกมามากเช่นกัน

นี่ก็คือทั้งหมดที่ ZOUNDLAB รวบรวมมาในวันนี้นะครับ แต่เหนือสิ่งอื่นใด ต้องไม่ลืมว่าการฝึกซ้อมคือสิ่งสำคัญที่สุดของนักดนตรี ดังนั้นหากได้ไม้กลองที่ถูกใจแล้วก็อย่าลืมไปฝึกฝนเพื่อพัฒนาฝีมือตนเองต่อไปครับ

สนใจสามารถสอบถามได้ที่ ZOUNDLAB 

ทาง Facebook: www.facebook.com/ZOUNDLABSHOP

ทาง Line@: @zoundlab

(มี@)ทาง Shopee: คลิกที่นี่